StallBay
ขายของเช่าบริการงาน
ค้นหาใน StallBay...
ลงประกาศ
StallBay
บทความทั้งหมด

ค่าโอนรถมือสองปี 2569 ต้องจ่ายเท่าไหร่ พร้อมขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง

12 ตุลาคม 2569

เจ้าของรถควรเตรียมสำเนาเอกสารให้พร้อมก่อนโอนรถ

ค่าโอนรถมือสองประกอบด้วยค่าคำขอ 5 บาท ค่าธรรมเนียมโอนทะเบียน 100 บาท ค่าตรวจสภาพรถ 50 บาท และค่าอากรแสตมป์ประมาณ 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินตามคู่มือการให้บริการของสำนักงานขนส่ง ก่อนไปสำนักงานขนส่ง ควรเตรียมเล่มทะเบียนตัวจริงและหลักฐานการซื้อขายให้ครบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้ในครั้งเดียว


สรุปสั้นๆ:

  • ค่าอากรคำนวณจากราคาตามใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี หากไม่มีเอกสาร เจ้าหน้าที่ใช้ราคาประเมินกลาง โดยรถราคา 100,000 บาทเสียอากรประมาณ 500 บาท
  • ผู้โอนและผู้รับโอนต้องเตรียมเล่มทะเบียนฉบับจริง หลักฐานประจำตัว สัญญาซื้อขาย และแบบคำขอที่ลงลายมือชื่อครบ หากให้ตัวแทนดำเนินการต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
  • ผู้ซื้อและผู้ขายต้องแจ้งโอนภายใน 15 วันนับจากวันซื้อขาย การโอนลอยเสี่ยงให้เจ้าของเดิมรับผิด หากรถเกี่ยวข้องกับความผิดหรือค้างชำระภาษี
  • เจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำรายการประมาณ 55 ถึง 60 นาทีโดยไม่รวมเวลารอคิว และควรสอบถามล่วงหน้าว่าสำนักงานรองรับการโอนนอกเขตหรือไม่

รายการค่าธรรมเนียมโอนรถมือสองมีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์มือสองแบ่งเป็นหลายรายการ แต่ละรายการมีที่มาต่างกันและบางรายการเกิดขึ้นเฉพาะในบางกรณีเท่านั้น

  • ค่าคำขอ 5 บาท เป็นค่าธรรมเนียมยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่งเรียกเก็บทุกครั้ง
  • ค่าธรรมเนียมโอนทะเบียน 100 บาท คิดจากการเปลี่ยนชื่อเจ้าของในเล่มทะเบียน
  • ค่าอากรแสตมป์ประมาณ 0.5% ของราคารถหรือราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับว่าใช้ราคาใดเป็นฐานคิด
  • ค่าตรวจสภาพรถ 50 บาท เรียกเก็บเมื่อสำนักงานขนส่งกำหนดให้ต้องตรวจสภาพก่อนโอน
  • ค่าเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนเกิดขึ้นเฉพาะกรณีป้ายเดิมเสียหายหรือต้องเปลี่ยนตามคำสั่งเจ้าหน้าที่

ตามคู่มือการให้บริการของสำนักงานขนส่ง ค่าคำขออยู่ที่ 5 บาท ค่าโอนทะเบียน 100 บาท และค่าตรวจสภาพรถยนต์ 50 บาท รวมกันแล้วค่าธรรมเนียมคงที่ (ไม่รวมอากรแสตมป์) อยู่ที่ประมาณ 105 ถึง 155 บาท ขึ้นกับว่าต้องตรวจสภาพหรือไม่ ส่วนช่องทางการชำระเงินที่สำนักงานขนส่งมักรับทั้งเงินสดและบัตร แต่ควรสอบถามสำนักงานที่จะไปใช้บริการล่วงหน้า เพราะบางแห่งมีเงื่อนไขเรื่องเวลาการชำระที่แตกต่างกัน

วิธีคำนวณค่าอากรแสตมป์และค่าโอนด้วยตัวเอง

ค่าอากรแสตมป์เป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในรายการโอนรถ และคำนวณจากฐานราคาที่ใช้อ้างอิงในสัญญาซื้อขายหรือราคาประเมินของกรมการขนส่ง

  1. ตรวจสอบราคาที่จะใช้เป็นฐานคิด ถ้ามีใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีจะใช้ราคาตามเอกสารนั้น หากไม่มีเจ้าหน้าที่จะใช้ราคาประเมินกลาง
  2. คำนวณอากรแสตมป์ด้วยอัตราประมาณ 0.5% ของราคาฐาน ตัวอย่างการคำนวณตามคู่มือกรมการขนส่ง ระบุว่ารถราคา 100,000 บาท เสียอากร 500 บาท
  3. บวกค่าคำขอ 5 บาท ค่าโอน 100 บาท และค่าตรวจสภาพ 50 บาท (ถ้าต้องตรวจ) เข้ากับยอดอากรที่คำนวณได้

ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ สมมติรถราคา 300,000 บาท อากรแสตมป์จะอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท และถ้ารถราคา 1,000,000 บาท อากรจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท โดยยอดนี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมคงที่อีกราว 105 ถึง 155 บาท ตัวอย่างการคิดอากรแสตมป์ที่ 0.5% ของราคารถ สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งราคารถสูง ยอดอากรก็ยิ่งเพิ่มตามสัดส่วนเดียวกัน

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนไปโอนรถมือสอง

เอกสารที่ครบถ้วนช่วยให้การโอนเสร็จในการมาครั้งเดียว โดยรายการหลักตามคู่มือศูนย์ทะเบียนของกรมการขนส่ง ประกอบด้วย

  • ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง นำมาแสดงที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น
  • หลักฐานประจำตัวของผู้โอนและผู้รับโอน เช่น บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
  • สัญญาซื้อขายรถพร้อมใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี หากมีเอกสารนี้จะช่วยยืนยันราคาฐานคิดอากร
  • แบบคำขอโอนและรับโอนที่ลงลายมือชื่อครบทั้งสองฝ่าย
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบ ในกรณีที่ให้ตัวแทนไปดำเนินการแทน

กรณีพิเศษ เช่น การรับมรดก การเปลี่ยนเครื่องยนต์ หรือการโอนโดยนิติบุคคล ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมตามที่คู่มือกรมการขนส่งกำหนดไว้อย่างละเอียด ควรตรวจสอบรายการเฉพาะกรณีก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง

ขั้นตอนโอนรถที่สำนักงานขนส่งทำอย่างไร

การโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานขนส่งมีลำดับขั้นที่ชัดเจน และสามารถวางแผนเวลาล่วงหน้าได้

  1. ยื่นแบบคำขอโอนพร้อมเอกสารครบตามเช็กลิสต์ที่เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์
  2. นำรถเข้าตรวจสภาพ กรณีที่สำนักงานกำหนดให้ต้องตรวจ
  3. ชำระค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์ตามยอดที่คำนวณได้
  4. เจ้าหน้าที่บันทึกรายการเปลี่ยนเจ้าของในระบบทะเบียน
  5. รับเล่มทะเบียนที่ปรับปรุงข้อมูลแล้วคืนในวันเดียวกัน

คู่มือการให้บริการของสำนักงานขนส่ง ระบุว่าเจ้าหน้าที่ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 55 ถึง 60 นาที ไม่รวมเวลารอคิว และตามกฎหมายต้องแจ้งโอนภายใน 15 วันนับจากวันซื้อขายตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก

เคล็ดลับจากมืออาชีพ: เตรียมสำเนาเอกสารทุกฉบับไว้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งชุด เพื่อลดเวลาที่ต้องเสียไปกับการถ่ายเอกสารหน้าสำนักงาน

เครื่องถ่ายเอกสารกำลังถ่ายเอกสารชุดหนึ่ง

ควรไปโอนรถที่สำนักงานขนส่งไหนและช่วงเวลาใด

โดยหลักแล้วควรไปที่สำนักงานขนส่งในพื้นที่ที่รถจดทะเบียนอยู่ แต่สามารถดำเนินการนอกเขตได้ในบางเงื่อนไขตามที่คู่มือกรมการขนส่งกำหนด ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกเมื่อผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ต่างจังหวัดกัน

  • ตรวจสอบว่าสำนักงานขนส่งที่จะไปรองรับการโอนนอกเขตหรือไม่ก่อนเดินทาง
  • สอบถามเวลาทำการและเงื่อนไขการชำระเงินล่วงหน้า เพราะบางสำนักงานมีข้อจำกัดเรื่องเวลารับชำระค่าธรรมเนียมในInfo
  • หลีกเลี่ยงวันแรกของเดือนและวันหยุดนักขัตฤกษ์ หากต้องการลดเวลารอคิว

กรมการขนส่งเตือนอะไรก่อนซื้อขายรถมือสอง

กรมการขนส่งทางบกเตือนให้หลีกเลี่ยงการโอนลอย เพราะหากผู้รับโอนไม่นำรถไปโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้อง เจ้าของเดิมอาจต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาหากรถถูกนำไปใช้กระทำผิดหรือไม่ชำระภาษีประจำปี

ต้องแจ้งการโอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน และควรหลีกเลี่ยงการโอนลอยเพราะมีความเสี่ยงต่อเจ้าของเดิมเมื่อผู้รับโอนไม่ดำเนินการตามกฎหมาย

กรมการขนส่งทางบก

ก่อนตกลงซื้อขาย ควรตรวจสอบเลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ สี และสถานะการชำระภาษีประจำปีให้ตรงกับเล่มทะเบียน และควรนำรถไปโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานขนส่งด้วยตัวเองทันทีหลังตกลงซื้อขาย เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ลงประกาศขายรถมือสองได้ง่ายขึ้นที่ StallBay

เมื่อตกลงราคาและเตรียมเอกสารโอนพร้อมแล้ว ขั้นตอนก่อนหน้านั้นคือการหาผู้ซื้อที่ใช่ ซึ่งผู้ขายสามารถลงประกาศขายรถในภูเก็ตได้ง่ายขึ้นด้วยการถ่ายรูปเพียงครั้งเดียว ระบบจะช่วยกรอกชื่อ รายละเอียด และราคาโดยอัตโนมัติ และข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถแก้ไขได้ตลอดเวลาหากต้องการปรับราคาหรือรายละเอียดเพิ่มเติม

StallBay

  • ลงประกาศและเรียกดูสินค้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เริ่มลงขายได้จากรูปถ่ายเพียงภาพเดียว ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน
  • ผู้ซื้อติดต่อผู้ขายโดยตรงผ่านประกาศ เราไม่เข้าไปจัดการนัดดูรถ การโอน หรือการชำระเงินใด ๆ

เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ไม่ควรนำรูปเล่มทะเบียนรถมาแสดงในประกาศขาย เพราะมีข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของรถอยู่ในเอกสารนั้น หากพร้อมจะเริ่มขาย เข้าไปดูหมวดหมู่ยานพาหนะและสินค้ามือสองอื่น ๆ ของเราแล้วลงประกาศได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย

ค่าโอนรถมือสองมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

ค่าโอนรถมือสองประกอบด้วยค่าคำขอ 5 บาท ค่าโอนทะเบียน 100 บาท ค่าตรวจสภาพ 50 บาท (ถ้าต้องตรวจ) และค่าอากรแสตมป์ประมาณ 0.5% ของราคารถตามคู่มือการให้บริการของสำนักงานขนส่ง ยอดรวมจึงขึ้นอยู่กับราคาฐานที่ใช้คิดอากรของแต่ละคัน

รถราคา 100,000 บาท ค่าโอนกี่บาท

รถราคา 100,000 บาท เสียอากรแสตมป์ประมาณครึ่งเปอร์เซ็นต์ของราคารถ ตามตัวอย่างการคำนวณของกรมการขนส่ง(uthai.dlt.go.th) เมื่อรวมค่าคำขอ ค่าโอน และค่าตรวจสภาพแล้ว ยอดทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 605 ถึง 655 บาท

ค่าโอนรถยนต์เปลี่ยนเจ้าของในปี 2568 คิดอย่างไร

หลักเกณฑ์ค่าโอนในปี 2568 ยังคำนวณตามโครงสร้างเดิมคือค่าคำขอ 5 บาท ค่าโอน 100 บาท ค่าตรวจสภาพ 50 บาท และอากรแสตมป์ 0.5% ของราคารถตามคู่มือกรมการขนส่ง ยอดรวมจึงเปลี่ยนไปตามราคารถของแต่ละคันเท่านั้น

ค่าโอนรถยนต์มือสองในปี 2569 กี่บาท

โครงสร้างค่าโอนในปี 2569 ยังคงเป็นค่าคำขอ 5 บาท ค่าโอน 100 บาท ค่าตรวจสภาพ 50 บาท และอากรแสตมป์ 0.5% ของราคารถเช่นเดิมตามคู่มือการให้บริการของสำนักงานขนส่ง ควรตรวจสอบกับสำนักงานขนส่งในพื้นที่อีกครั้งหากมีประกาศปรับปรุงอัตราใหม่

ต้องแจ้งโอนรถภายในกี่วันหลังซื้อขาย

ต้องแจ้งการโอนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับจากวันที่ซื้อขายตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก หากเกินกำหนดอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขาย

แหล่งที่มา

  • กรมการขนส่งทางบก เตือนประชาชน - NBT
  • คู่มือการให้บริการ / KPT DLT
  • การโอนรถ (คู่มือศูนย์ทะเบียน) - NBI DLT
  • การโอนทะเบียนรถ - Uthai DLT

มีของอยากขาย?

ถ่ายรูปสินค้า แล้วระบบจะใส่ชื่อ รายละเอียด และราคาให้ ลงประกาศฟรี ไม่มีค่าคอมมิชชัน

ลงประกาศฟรี

บทความอื่น

  • แพ็คสินค้ามือสองให้ปลอดภัยและดูน่าซื้อ: ขั้นตอนที่ควรทำ
นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อกำหนดการใช้งานบทความ

© 2026 StallBay

หน้าแรกกล่องข้อความ
ที่บันทึกไว้บัญชี